ระบบนิเวศน้ำจืด



แม่น้ำลำธาร
เป็นระบบของธารน้ำที่มีมวลน้ำไหลไปในทิศทางเดียวกันด้วยแรงดึงดูดของโลก น้ำจะไหลจากต้นน้ำ
ที่เกิดจากบริเวณที่ภูมิประเทศเป็นภูเขา ลำน้ำจะแคบกระแสน้ำไหลเชี่ยวและรุนแรง ตลิ่งและพื้นน้ำประกอบด้วยก้อนกรวดก้อนหินลำน้ำคดเคี้ยว เมื่อลำน้ำไหลลงสู่ที่ต่ำ จะขยายกว้างออกเมื่อถึงที่ราบต่ำใกล้ปากแม่น้ำจะขยายตัวกว้างขึ้นอีก ลึกมากขึ้น กระแสน้ำจะไหลช้าลงพื้นน้ำจะมีตะกอนทับถมมากขึ้นอาจเป็นดินดอนสามเหลี่ยม เช่น ดินดินปากแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำในประเทศไทยได้รับน้ำส่วนใหญ่จากฝนปริมาณสารอาหารที่จะถูกพัดพาลงมานั้นขึ้นอยู่กับสภาพทางธรณีวิทยาของแหล่งน้ำนั้นซึ่งมีผลจะมีผลต่อความอุดมสมบูรณ์ของท้องน้ำนั้นๆ โดยเฉพาะต่อสิ่งมีชีวิตที่พบซึ่งก็ได้แก่สาหร่ายชั้นสูง ชั้นต่ำ พืชชั้นสูงอื่นๆ สัตว์หน้าดิน ข้อสำคัญคือ สิ่งมีชีวิตเหล่านั้นมีการปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมที่แตกต่างหลากหลายกันไป เช่น ปลาที่อาศัยที่บริเวณต้นน้ำลำธาร มักมีอวัยวะเกาะติดว่ายน้ำเก่ง เพื่อทรงตัวในกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยว ต้องการปริมาณอ๊อกซิเจนสูงอุณหภูมิต่ำ ส่วนปลาที่อาศัยในแม่น้ำตอนล่าง ต้องปรับตัวให้เข้ากับน้ำที่ค่อนข้างขุ่น ปริมาณอ๊อกซิเจนต่ำ อุณหภูมิค่อนข้างสูงและเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ เท่าที่ทราบกันในขณะนี้ประเทศไทยมีแม่น้ำ 44 สาย ส่วนใหญ่อยู่ในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคกลาง ประเด็นที่ต้องให้ความสนใจ ณ ที่นี้คือ ปัจจุบันแม่น้ำตอนล่างที่สำคัญในที่ราบลุ่มภาคกลางมีปัญหามลภาวะทำให้เกิดสภาวะแวดล้อมที่ไม่เหมาะสมในการดำรงชีวิตของสัตว์น้ำในหลายๆบริเวณเช่นที่แม่น้ำเจ้าพระยา แม่กลอง ท่าจีน (สิริวัฒน์ วงษ์ศิริ , ศุภชัย หล่อโลหะการ , บก. 2532 : 34)
อนึ่งควรตั้งข้อสังเกตไว้ว่าแม่น้ำทั้งหลายในประเทศไทยได้รับน้ำส่วนใหญ่จากน้ำฝน ฉะนั้นการเสื่อม
สภาพของป่าต้นน้ำจึงส่งผลกระทบอย่างยิ่งต่อแม่น้ำลำธารทั้งหลายทั้งในด้านปริมาณและคุณภาพของน้ำ อย่างไรก็ตามเมื่อพิจารณาแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำ เช่นการฟื้นฟูรักษาสภาพป่าต้นน้ำจะต้องมีความรอบคอบและระมัดระวังเป็นพิเศษ ด้วยว่าในบริเวณป่าต้นน้ำต่างๆโดยเฉพาะในภาคเหนือขอบประเทศไทยมีผู้คนอาศัยอยู่มากมายมานานนับร้อยๆ ปีทั้งที่เป็นคนไทยและกลุ่มคนที่เรียกเขาว่าชาวเขา ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นพลเมืองของประเทศไทยเช่นเดียวกัน คนเหล่านี้ต้องการถิ่นที่อยู่อาศัยและทำมาหากินในขณะที่ที่ดินว่างเปล่าไม่มีเจ้าของบนพื้นราบไม่มีอีกแล้วในความเป็นจริง นอกจากนั้นชาวกรุงเทพฯ นักลงทุนทั้งไทยและต่างชาติ ก็พากันไปกว้านซื้อที่ดินจากผู้คนบนภูเขาเอามาสร้างบ้านพักตากอากาศที่นานปีทีครั้งจึงจะมาใช้ประโยชน์ บ้างก็สร้าง "รีสอร์ท" ทำธุรกิจท่องเที่ยว บ้างก็ยิ่งทำให้ปัญหาการขาดแคลนที่ทำกินบนภูเขาหนักหน่วงยิ่งขึ้น ผู้ที่สูญเสียที่ดินไปบางส่วนก็ถากถางป่าต่อไป การจะแก้ไขปัญหาโครงการอพยพผู้คนบนภูเขาออกจากพื้นที่ทำได้เฉพาะบางกรณีเท่านั้น พร้อมกันนั้นการปลูกป่าของรัฐก็มีส่วนก่อให้เกิดปัญหาความขัดแย้งกับประชาชน บทั้งไม่สามารถดำเนินการำด้ตามเป้าหมายคุ้มตามงบประมาณที่ใช้จ่ายไป สาเหตุมีทั้งด้านเทคนิคและด้านประสิทธิภาพการบริหาร ทางแก้ไขปัญหาบนที่สูงเช่น เขตต้นน้ำลำธาร จำเป็นต้องอาศัยนักวิชาการหลายๆ ด้าน โดยเฉพาะทางสังคมศาสตร์ องค์กรพัฒนาเอกชนที่มิใช่องค์กรที่หวังกำไร และขาดไม่ได้เป็นอันขาดคือการมีส่วนร่วมและผลประโยชน์ของประชาชนในท้องถิ่นกล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ การรักษาป่าไม้ ฟื้นฟูป่าจะทำโดยฝ่ายรัฐหรือบริษัทเอกชนที่ดำเนินกิจการเพื่อหวังผลกำไรเท่านั้นไม่ได้

ทะเลสาบ
หรรษา จรรย์แสง กล่าวว่า หมายถึงแหล่งน้ำจืดธรรมชาติขนาดใหญ่กว่าบึงและหนอง มีทางติดต่อกับ
แม่น้ำลำธาร ลำห้วย หรืออยู่ในบริเวณที่มีน้ำท่วมถึงทะเลสาบธรรมชาติที่มีอยู่ในประเทศไทย ได้แก่ กว๊านพะเยา จังหวัดพะเยา หนองหาร จังหวัดสกลนคร และบึงบรเพ็ด จังหวัดนครสวรรค์ถือว่าเป็นแหล่งน้ำจืดขนาดใหญที่เป็นที่อยู่อาศัยและสืบพันธุ์ของพืชพันธุ์สัตว์น้ำจากทะเลสาบเป็นแหล่งน้ำขนาดใหญ่ที่มีแผ่นดินล้อมรอบ จึงประสบผลกระทบจากกิจกรรมที่เกิดมาจากแผ่นดินและผู้คนบนแผ่นดิน เช่น การตื้นเขิน การบุกรุกล่วงล้ำบริเวณชายฝั่งและการเพิ่มปริมาณการจับสัตว์น้ำทำให้เกิดสภาพเสื่อมโทรมทรัพยากรสัตว์น้ำลดลง (สิริวัฒน์ วงษ์ศิริ ,ศุภชัย หล่อโลหะการ บก., 2532 : 34,35) ซึ่งย่อมส่งผลกระทบต่อความหลากหลายทางชีวภาพอย่างมากมาย

แหล่งน้ำท่วม
หรรษา จรรย์แสง ระบุว่าคือ บริเวณที่ราบลุ่มสองฝั่งแม่น้ำ รวมตลอดถึงหนอง บึง คลอง คูที่ถูกน้ำท่วม
ในฤดูฝน แต่แห้งขอดในฤดูอื่น โดยที่บริเวณตอนบนที่เป็นแม่น้ำอาจท่วมในระยะสั้นเป็นวัน แต่บริเวณตอนล่างที่เป็นที่ราบลุ่มจะถูกน้ำท่วมเป็นบริเวณกว้างเป็นเวลานับเดือน ตัวอย่างแหล่งน้ำท่วม ก็เช่นบริเวณที่ราบลุ่มบริเวณภาคกลางของประเทศไทย ตั้งแต่จังหวัดชัยนาทลงไปถึงอ่าวไทยตอนในเช่นบริเวณลุ่มน้ำเจ้าพระยา เป็นต้น บริเวณแหล่งน้ำท่วมนี้จะเป็นบริเวณที่มีความอุดมสมบูรณ์สูง เนื่องจากได้รับแร่ธาตุสารอาหารจากแม่น้ำลำคลองที่ชะล้างมาจากแผ่นดินตั้งแต่ป่าต้นน้ำลงมาในช่วงฤดูน้ำหลาก ทำให้ปริมาณสารอาหารเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและการเพิ่มเนื้อที่ทำให้เกิดการขยายพันธุ์ของประชากรและการเคลื่อนย้ายถิ่นของสัตว์น้ำที่ราบลุ่มโดยเฉพาะที่ราบลุ่มเจ้าพระยาซึ่งเป็นอู่ข้าวอู่ปลาของคนไทยในภาคกลางมานานหลายศตวรรษถูกเปลี่ยนแปลงสภาพมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2400 กว่าเมื่อมีการค้าขายข้าวกับต่างประเทศ (ยุคสนธิสัญญาบาวริ่ง) เกิดการขยายพื้นที่นามีการขุดคลอง การก่อตั้งกรมชลประทานเพื่อพัฒนาการเกษตร (ต่อมาภายหลังการสร้างเขื่อนชัยนาท หรือเขื่อนเจ้าพระยา-ผู้เขียน) และกิจกรรมต่างๆ อีกมากมาย ดังนั้นในช่วง 100 ปีที่ผ่านมาจึงเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมามายที่มีผลกระทบต่อสภาพธรรมชาติของแหล่งน้ำท่วมมากที่สุด นอกจากทำให้สัตว์หลายชนิดได้สูญพันธุ์ไปจากภาคกลาง เช่น เนื้อสมัน แเละความอุดมสมบูรณ์ของสัตว์น้ำลดลงในยุคต่อมามีการสร้างเขื่อนกั้นลำน้ำต่างๆ โดยอ้างว่าเพื่อประโยชน์ทั้งในด้านกสิกรรม ลดปัญหาน้ำท่วม และเพิ่มผลผลิตพลังไฟฟ้า เป็นต้น ว่าไปแล้วเขื่อนก็มีส่วนดีมาก แต่การสร้างเขื่อนกักเก็บน้ำก็มีผลกระทบในทางลบหลายด้านด้วยเหมือนกันเช่น ผลกระทบต่อระบบนิเวศของแหล่งน้ำท่วมที่ราบลุ่ม หนองบึง และริมฝั่งแม่น้ำทางตอนใต้ของเขื่อน เกิดเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมของบริเวณดังกล่าว ทำให้ไม่เหมาะสมกับการดำรงชีวิตและแพร่ขยายพันธุ์ของปลาและสัตว์น้ำ ทำให้มันไม่สามารถอพยพเดินทางเพื่อหาอาหารและสืบพันธุ์ พร้อมทั้งทำให้ความอุดมสมบูรณ์ของแหล่งอาหารลดลง เนื่องจากไม่ได้รับแร่ธาตุอาหารเพิ่มขึ้นตามวงจรธรรมชาติ ทำให้ปริมาณปลาลดลง เนื่องจากไม่ได้รับแร่ธาตุอาหารเพิ่มขึ้นได้รับน้ำหล่อเลี้ยงไม่เพียงพอเกิดการตื้นเขินเปลี่ยนสภาพเป็นแผ่นดินอย่างรวดเร็ว ผู้คนกันเข้าไปยึดครองเพื่อการเพาะปลูก เลี้ยงสัตว์ และสร้างที่อยู่อาศัย ดังเช่นที่เกิดขึ้นในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา หลังจากมีการสร้างเขื่อนเจ้าพระยา จังหวัดชัยนาท (ธีรพันธ์ 2520 อ้างโดย หรรษา จรรย์แสงใน สิริวัฒน์ วงษ์ศิริ, ศุภชัย หล่อโลหะการ,2532 : 36-37)

อ่างเก็บน้ำ
ดังได้กล่าวแล้วว่าอ่างเก็บน้ำที่เกิดจากการสร้างเขื่อนก็มีประโยชน์ แต่ผลกระทบของเขื่อนในด้านลบ
เช่นในทาง เศรษฐกิจ การเมือง สังคม วัฒนธรรม และโดยเฉพาะในเรื่องของสิ่งแวดล้อม เช่น ความหลากหลายทางชีวภาพมักไม่ค่อยมีการนำมาเสนอให้สาธารณชนได้รับทราบ หรรษา จรรย์แสง ให้ข้อมูลไว้ว่า ปัจจุบันอ่างเก็บน้ำต่างๆ ที่เรามีอยู่เป็นแหล่งน้ำจือที่มีพื้นผอวหน้ามากที่สุดเมื่อเทียบกันแหล่งน้ำอื่นๆ จากการรวบรวมของธีระพันธ์ ภูคาสวรรค์ ในปี พ.ศ.2520 ระบุว่ามีเนื้อที่อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่เกิดจากการสร้างเขื่อนเอนกประสงค์รวมประมาณ 1.2 ล้านไร่ การสร้างเขื่อนขวางกั้นทางเดินของแม่น้ำตามธรรมชาติ ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงลักษณะและคุณสมบัติของแหล่งน้ำดั้งเดิม เป็นการเปลี่ยนแปลงจากระบบนิเวศน้ำไหลเป็นระบบนิเวศน้ำนิ่ง โดยทั่วไปแล้วสิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ กระแสน้ำจะลดความเร็วลง โดยเฉพาะเมื่อใกล้ตัวเขื่อน และการเพิ่มระดับความลึกของท้องน้ำจนแสงแดดส่องไม่ถึงท้องน้ำทำให้เกิดการแยกชั้นของน้ำ มีการตกตะกอนทับถมตามพื้นท้องน้ำมากขึ้น นี้คือการเปลี่ยนแปลงสภาพท้องน้ำทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่อยู่อาศัยและการวางไข่ของสัตว์น้ำ นอกจากนี้ตะกอนที่เป็นสารอินทรีย์ก็เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ประมาณออกซิเจนในน้ำลดลง การเปลี่ยนแปลงทั้งทางกายภาพและทางเคมีนี้จะมีผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงทางชีวภาพ ซึ่งรวมตั้งแต่ความหนาแน่นของพืชชั้นต่ำ และพืชชั้นสูง แพลงตอน สัตว์และสัตว์หน้าดิน นอกจากนั้นการสร้างเขื่อนเก็บน้ำ ยังมีผลทำให้ชนิดและปริมาณของปลาต่างไปจากเดิม เช่นปลาที่อาศัยอยู่ในน้ำนิ่งจะมีการเจริญเติบโตและแพร่ขยายพันธุ์ได้ดี ในขณะที่ปลาที่เคยอาศัยอยู่ในน้ำไหลเช่นแม่น้ำลำธารจะมีปริมาณลดลง (สิริวัฒน์ วงษ์ศิริ,ศุภชัย หล่อโลหะการ บก., 2532 : 37 )
ระบบนิเวศน้ำจืด

จัดทำโดย
นักเรียนชั้น ม4/2 รายวิชา ชีวะวิยา
สถานที่สำรวจ
น้ำตก 109 ชลประทานน้ำยวม




เสนอ
อาจารย์ ทศพิธ ดวงผ่อง