ธรรมชาติของเฟิน
   Introduction to ferns
  วงจรชีวิตของ fern
   Fern Life Cycle
  ชนิดของเฟิน
  Taxonomy of ferns
  วิวัฒนาการของเฟิน
   Fern Revolution
  อาการผิดปกติของเฟิน
   Growing to ferns
ปัจจัยสิ่งแวดล้อมที่จำเป็นสำหรับการปลูก

พื้นฐานการปลูกเฟินไม่ต่างกับต้นไม้อื่นๆ ที่เราควรทำความเข้าใจกับความต้องการของต้นไม้แต่ละประเภทแต่ละชนิด และเมื่อเราปลูกในสภาพแวดล้อมที่มีปัจจัยที่เหมาะสมและหมั่นคอยดูแล ต้นไม้ก็จะเจริญเติบโตได้ดีสมความตั้งใจของเรา สำหรับเฟิน ก็เป็นต้นไม้อีกประเภทหนึ่ง ซึ่งการปลูกเฟินก็ไม่แตกต่างจากการปลูกต้นไม้ทั่วไปนั่นเอง


น้ำ
ต้นไม้มีความจำเป็นในความต้องการใช้น้ำ น้ำที่อยู่ในดินป้องการระบบรากแห้ง และน้ำเป็นตัวลำลายแร่ธาตุต่างๆ เพื่อให้พืชสามารถดูดซึมเข้ามาใช้ได้ นอกจากน้ำที่อยู่ในดินแล้ว พืชยังต้องการน้ำที่อยู่ในอากาศ ในรูปของความชื้น เพื่อช่วยกันไม่ให้ส่วนที่อยู่เหนือดินแห้ง และใบของพืช ต้องการน้ำเป็นส่วนหนึ่งสำหรับขบวนการสังเคราะห์แสง สำหรับเฟินอาจต้องการปริมาณน้ำหรือความชื้นในอากาศ มากกว่าต้นไม้อื่นๆ
 



แสง ต้นไม้ทุกต้นทุกชนิดล้วนต้องการแสง เพื่อการสังเคราะห์สร้างอาหาร
ต้นไม้แต่ละประเภท ต้องการปริมาณความเข้มของแสงต่างกัน ต้นไม้บางชนิดต้องการแสงแดดเต็มที่เต็มวัน บางชนิดต้องการเพียงแสงรำไร หรือเพียงแสงสว่าง เฟินก็เช่นเดียวกัน เฟินก็มีทั้งชนิดที่ต้องการแสงแดดมาก และชนิดที่ต้องการแสงแดดน้อยกว่า จนถึงเฟินที่ชอบร่มเงาในขบวนการสังเคราะห์แสง ต้นไม้ต้องการก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ในอากาศ ซึ่งก๊าซ CO2 นี้เป็นของเสียปล่อยออกมาจากคนและสัตว์ จากขบวนการหายใจนั่นเอง
ต้นไม้ดูดซึมก๊าซ CO2 เข้าทางช่องที่เรียกว่า รูปากใบ "Stomata" ซึ่งมันจะอยู่บริเวณด้านใต้ใบ ก๊าซนี้จะเข้าไปรวมไฮโดรเจน (H) ที่มากับน้ำ (H2O) เกิดเป็นคาร์โบไฮเดต ในรูปของน้ำตาลและแป้ง ซึ่งเป็นอาหารของต้นไม้ ขบวนการดังกล่าวจะกิดขึ้นได้ จำเป็นต้องมีแสงและมีโคโรฟิลล์ หรือสารสีเขียวทพบในเซลล์ของต้นไม้ และจากขบวนการสังเคราะห์แสงของต้นไม้ จะได้ ก๊าซอ๊อกซิเจน
 
(O2) คายออกมาสู่บรรยากาศ ซึ่งเป็นก๊าซนี้ เป็นก๊าซที่มีความจำเป็นสำหรับดำรงชีวิตของคนและสัตว์ เพื่อนำไปใช้ในการหายใจเผาผลาญอาหารให้เกิดพลังงานในร่างกายนั่นเอง ต้นไม้เองก็ต้องการ ก๊าซ O2 ด้วยเช่นกัน แม้ต้นไม้จะสังเคราะห์แสงแล้วได้ก๊าซนี้ออกมาก็ตาม ส่วนที่มีสีเขียวของต้นไม้ แม้มีความต้องการก๊าซ O2 ไม่มากนัก แต่ต้นไม้ก็ยังต้องการ เพื่อนำไปใช้เหมือนกับที่คนและสัตว์ต้องการ คือ การย่อยสลายอาหารที่เก็บเอาไวในรูปของแป้ง เพื่อให้ได้พลังงานนำไปใช้ในการเติบโตและขบวนการอื่นๆ ภายในต้นไม้รากของต้นไม้ ก็ต้องการ ก๊าซ O2 เช่นกัน เพื่อขบวนการหายใจ ย่อยสลายอาหารที่สร้างขึ้นจากส่วนที่เป็นสีเขียวที่อยู่ด้านบนแล้วลำเลียงลงมาตามเนื้อเยื่อหรือท่อลำเลียงสู่รากระบบรากจะได้รับอากาศและ ก๊าซ O2 ที่อยู่ในช่องว่างระหว่างเม็ดดิน หากมีน้ำในดินมากเกินไป น้ำจะเข้าไปแทนที่อากาศ ที่อยู่ในช่องว่างของเม็ดดิน ทำให้ระบบรากขาดอากาศหายใจ และทำให้ระบบรากลดความสามารถในการดูดซึมแร่ธาตุอาหาร จะทำให้ระบบรากเน่าต่อไปในที่สุด



แร่ธาตุ
ต้นไม้ต้องการแร่ธาตุต่างๆ เพื่อการเจริญเติบโตเป็นไปได้อย่างปกติ ถ้าหากต้นไม้ขาดแร่ธาตุบางอย่างไป
การเจริญเติบโตก็จะเป็นไปอย่างไม่สมบูรณ์ ตัวอย่างเช่น แคลเซียม ที่ต้นไม้ต้องการ เพื่อนำไปสร้างผนังเซลล์ หากขาดธาตุนี้ไป ต้นไม้จะแคระแกรน การเจริญเติบโตชะงักงัน ซีดเซียวหรือผิดรูปทรงไป

อุณหภูมิ ต้นไม้บางชนิด มีความทนทานต่ออุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลง ขึ้นลงได้มาก แต่บางชนิดก็ไม่สามารถทนได้ หากอุณหภูมิมีการเปลี่ยนแปลงสูงหรือต่ำเกินไป ก็จะทำให้กลไลการทำงาน ภายในต้นไม้ไม่สามารถทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์ และอาจถึงกับหยุดชะงักไปเลย
การรดน้ำ ควรรดให้พอเพียง โดยสังเกตให้เห็นว่า มีน้ำระบายออกมาจากก้นกระถาง ถ้าเป็นเฟินที่ปลูกลงแปลง ก็ควรดูให้ดินรอบๆ แปลงปลูกชุ่มน้ำเพียงพอ หรือมั่นใจว่า น้ำซึงลงไปถึงรากของเฟินแน่
ช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับการให้น้ำกับเฟิน คือ ช่วงเช้า อุณภูมิเพิ่งเริ่มสูงขึ้น อีกทั้งในช่วงกลางคืน เป็นช่วงที่ใบจะคายน้ำ การให้น้ำในช่วงเย็นถึงกลางคืน ทำให้ใบเปียกน้ำและมีโอกาสเกิดเชื้อราเน่าได้ง่ายในพื้นที่ที่มีความชุ่มชื้นสูงแต่อากาศถ่ายเทไม่สะดวก ไม่ควรให้น้ำกับเฟินมากเกินไป เพื่อไม่ให้ใบเปียกน้ำอยู่เป็นเวลานานๆ เพื่อหลีกเลี่ยงโรคและราที่จะเจริญได้ดีและทำอันตรายใบได้  
ความชื้นในอากาศ
เฟินจะเจริญเติบโตได้ดีความชื้นในอากาศสูงที่สุด คือ ประมาณ 60%-80% โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเวลากลางวัน ส่วนกลางคืนนั้น ความชื้นในอากาศอาจต่ำกว่านี้ได้ต่อไปเป็นเทคนิคเล็กๆ น้อยเกี่ยวกับการเพิ่มความชื้นในบริเวณที่เราปลูกเฟินสำหรับเฟินที่ปลูกเป็นไม้กระถางในอาคารนั้น อาจเพิ่มความชื้นได้ โดยการจัดหาจานรอง ซึ่งมีรูปร่างแบน ไม่ลึกนัก รองก้นถาดด้วยกรวดหรืออิฐ แล้วใส่น้ำให้พอปริ่มๆ ก้อนกรวดหรืออิฐ แต่ก้นกระถางไม่จมอยู่ในน้ำ เพียงเท่านี้ก็จะช่วยให้มีความชื้นมากขึ้น การติดตั้งหัวฉีดหรือหัวพ่นน้ำเป็นหมอก ติดตั้งในโรงเรือนเพาะเลี้ยงเฟิน ควรพยายามพ่นให้ถูกใบเฟินและบริเวณโดยรอบ จะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นในอากาศได้ และควรทำวันละหลายๆ ครั้ง โดยเฉพาะในฤดูร้อน และในฤดูฝน หากฝนทิ้งช่วงหลายวัน แต่วิธีการนี้ ต้องใช้ทุนสูง เหมาะสำหรับผู้มีเงินเหลือเฟือสักหน่อย การวางกระถางเฟินรวมกับไม้ใบอื่นๆ วางรวมกันเป็นกลุ่ม เพื่อให้ได้รับความชุ่มชื้นที่ระเหยออกมา เช่น พวกสาวน้อยปะแป้ง เขียวหมื่นปี วาสนา และปาล์มชนิดต่างๆการปลูกเฟินบริเวณที่มีแอ่งน้ำ เช่น บ่อน้ำ ตุ่มใส่น้ำ หรือภาชนะใส่น้ำอื่นๆ เฟินจะได้รับความชื้นจากน้ำที่ระเหยออกมาด้วยการปลูกเฟินในโรงเรือนเลี้ยงกล้วยไม้ หรือปลูกระหว่างแถวกล้วยไม้ในร่องสวน จะเป็นการประหยัดเนื้อที่ ปุ๋ยและยาฆ่าแมลง และช่วยให้ได้รับความชื้นเพิ่มเติมอีกด้วยอิฐมอญ เป็นวัสดุอีกชนิดที่นิยมสำหรับใช้ในการช่วยเก็บความชื้น เพราะอิฐมอญมีรูพรุนทั่ว ทำให้สามารถเก็บน้ำเอาไว้ในก้อน และน้ำจะเหยออกมาเมื่อความชื้นในอากาศมีน้อย ดังนั้น
บริเวณที่ปลูกเฟิน หลายๆ นิยมนำอิฐมอญมาปูพื้น หรือวางซ้อนกันเป็นกำแพง นอกจากจะช่วยเรื่องความชื้นแล้ว อิฐมอญมักมีมอส หรือต้นอ่อนเฟินมาขึ้นเกาะ ทำให้ดูชุ่มชื้นและเป็นธรรมชาติสวยงามได้ดีอีกด้วย หากพื้นที่เป็นดินทรายหรือดินที่ไม่เก็บอุ้มน้ำ หลังจากรดน้ำแล้ว ดินควรจะช่วยอุ้มน้ำเอาไว้สำหรับช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นได้ แต่หากเป็นทราบหรือดินที่ไม่อุ้มน้ำ แนะนำให้ปูพื้นรองด้วยแผ่นพลาสติคผืนใหญ่ ยกขอบขึ้นเล็กน้อย หรือมากตามความต้องการให้เก็บน้ำ แล้วโรยทับด้วยทรายหรือปูแผ่นอิฐ แผ่นกินทับอีกที เพื่อช่วยเก็บกักน้ำไว้ในพื้นที่ได้

ดิน หรือเครื่องปลูก

เฟินส่วนมากต้องการเครื่องปลูกร่วนโปร่ง เก็บความชื้นได้ดี รวมทั้งมีธาตุอาหารจากอินทรีย์วัตถุที่ย่อยสลายอย่างช้าๆ ในอัตราที่พอเหมาะกับความต้องการของเฟิน

การผสมเครื่องปลูกหรือดินปลูกเฟิน :
อินทรีย์วัตถุที่เหมาะแก่การนำมาผสมเครื่องปลูก ตัวอย่างเช่น เศษชิ้นไม้ ใบไม้ผุ เปลือกถั่ว กาบมะพร้าว พีทสอส หรืออินทรีย์วัตถุอื่นๆ
อนินทรีย์วัตถุที่พอใช้นำมาผสมเครื่องปลูก เช่น ทรายหยาบ (ล้างน้ำให้สะอาด) perlite ก้อนถ่าน เป็นต้น
กรณีปลูกเฟินดิน ผสม ดินตะกอนหรือดินร่วน 1 ส่วน ทรายหบาบ 1 ส่วน อินทรีย์วัตุหรือใบไม้ผุ 4 ส่วน
กรณีปลูกเฟินพวกไม้อากาศ กาบมะพร้าวหรือรากชายผ้าสีดา หั่นเป็นชิ้น ขนาดราว 2-4 ซม. 3 ส่วน ถ่านหรืออิฐมอญทุบ 1.5 ส่วน ใบไม้ผุ 1.5 ส่วน
ปุ๋ย
การให้ปุ๋ยแก่เฟินก้เป็นสิ่งจำเป็นเหมือนต้นไม้ชนิดอื่นๆ แต่ความต้องการปุ๋ยของเฟินนั้นน้อยกว่าพืชอื่นๆ วิธีที่ดีที่สุด คือ ให้ปุ๋ยในสัดส่วน 1 ใน 3 หรือ 1 ใน 4 จากคำแนะนำที่มาจากผู้ผลิตจำหน่าย กล่าวคือ ให้น้อยๆ แต่ให้บ่อยๆ ดีกว่า บ่อยแค่ไหน? สักราว 10 วันต่อครั้งก็ได้ และควรให้น้ำในปริมาณที่เพียงพอ

 
หลังการให้ปุ๋ยแต่ละครั้งด้วยถ้าเราใช้เครื่องปลูกที่มีคุณภาพดี มีธาตุอาหารสมบูรณ์ ก็ไม่จำเป็นต้องให้ปุ๋ยเคมีเพิ่มเติม แต่หากต้องการให้เฟินเจริญเติบโตเร็ว มีขาดใหญ่และมีใบสมบูรณ์สวยงาม เราควรเพิ่มปุ๋ยเคมีให้ โดยต้องไม่ลืมว่า เฟินจะได้รับอันตรายได้ง่ายจากการใช้ปุ๋ยเคมีที่ไม่ถูกต้อง จึงควรเลือกชนิดปุ๋ยที่เหมาะสมและเรียนรู้วิธีการใส่ปุ๋ยให้ถูกต้องด้วย
เฟินที่ขาดธาตุอาหารหรือต้องการปุ๋ยเพิ่ม จะเจริญเติบโตช้า ขนาดเล็กกว่าปกติ ใบมีคุณภาพต่ำ หรือใบมีสีเขียวอมเหลือง ไม่สดใสเต่งตึง เหล่านี้เป็นอาการที่บอกให้เรารู้ว่า สมควรเพิ่มปุ๋ยได้แล้ว
 

ปุ๋ยน้ำ เป็นวิธีหนึ่ง
สำหรับการใส่ปุ๋ยที่ปลอดภัยและใช้ง่ายกว่าการใช้ปุ๋ยเม็ด ปุ๋ยน้ำ เช่น ปุ๋ยปลา ปุ๋ยชีวภาพ เป็นต้น อาจนำมาผสมน้ำใช้รดเฟินได้ทันที มักจะไม่ค่อยมีปัญหาเกี่ยวกับการให้ปุ๋ยมากเกิน แต่ก็มีข้อเสียที่ มักสูญเสียไปกับน้ำที่ไหลออกจาก ก้นกระถางได้ง่าย ทำให้ต้องใส่ปุ๋ยบ่อยกว่าการใช้ปุ๋ยเมล็ด
ปุ๋ยเม็ด สิ่งที่พึงระมัดระวัง คือ การหว่านหรือโรยปุ๋ยลงไป ถ้าโรยไม่ทั่วหรือไม่สม่ำเสมอจริงแล้ว จะก่อให้เกิดอันตรายแก่ต้นเฟินได้ ยิ่งกว่านั้น หากหว่านปุ๋ยแล้ว หากลืมรดน้ำหรือรดน้ำไม่ทั่วถึงแล้ว จะก่อให้เกิดอันตรายมากกว่าจะไม่ใส่ปุ๋ยด้วยเสียอีก

การใช้ปุ๋ยอินทรีย์ ปลอดภัยกว่าการใช้ปุ๋ยเคมี เนื่องจากปุ๋ยอินทรีย์มีปริมาณเกลือที่ละลายน้ำได้น้อยกว่าปุ๋ยเคมี ปุ๋ยอินทรีย์จะค่อยๆ สลายตัวปลดปล่อยธาตุอาหารต่างๆ ออกมาให้เฟิน แต่ปุ๋ยอินทรีย์บางชนิดก็ต้องระวังเรื่องเชื้อราเชื้อโรคและไข่แมลงศัตรูพืชด้วย จึงควรจะนำไปอบหรือคั่วเสียก่อน


หากใช้ปุ๋ยเคมี ควรศึกษาวิธีการใช้และอัตราการใช้ที่แนะนำมากับปุ๋ยนั้นๆ และควรใช้ในอัตราเข้มข้นลดลงครึ่งหนึ่งจากที่แนะนำ แม้จะต้องใช้ปุ๋นบ่อยขึ้น แต่ก็คุ้มค่า หรือหากใช้ปุ๋ยเม็ด ก็ควรโรยบางๆ ให้สม่ำเสมอที่สุด และไม่ควรพรวนดินเพื่อกลบปุ๋ยเด็ดขาด เนื่องจากรากเฟินทุกชนิดจะมีลักษณะเป็นฝอยละเอียดแผ่ตามผิวดิน จะทำให้รากขาดและอาจทำให้ใบเหี่ยวแห้งได้ง่าย วิธีที่แนะนำ คือ รดน้ำตามในทันทีที่ใส่ปุ๋ยลงไปให้ชุ่ม หากมีปุ๋ยตกค้างตามใบหรือระหว่างกอ ให้ฉีดล้างออกให้หมดทันที
เฟินที่มีระยะพักตัว ในช่วงที่กำลังพักตัวจะไม่ดูดซึมปุ๋ยเข้าไปใช้เลย มันจะทิ้งใบเหลือแต่ส่วนเหง้าเท่านั้น จึงไม่จำเป็นต้องให้ปุ๋ยเพิ่มเติม แต่เมื่อเริ่มผลิใบออกมาใหม่สัก 1-2 สัปดาห์แล้วจึงจะเริ่มต้นให้ปุ๋ยใหม่ได้

หลังจากที่คุณทำความเข้าใจกับปัจจัยแวดล้อมที่สำคัญ สำหรับเฟินแล้ว ลองไปดู ตัวอย่าง การจัดสภาพแวดล้อม ให้เหมาะสมกับการปลูกเฟินที่ได้อธิบายไว้ เพื่อเป็นแนวความคิดนำไปประยุกต์สำหรับสวนเฟินของคุณ

สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.fernsiam.com
•หน้าหลัก     •แบบทดสอบ     •แผนผังเว็บไซต์     •แกลอรี่     •ผู้จัดทำ     
โรงเรียนแม่สะเรียง"บริพัตรศึกษา" อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแม่ฮ่องสอนเขต 2

เริ่มต้นเรื่องเลี้ยงเฟิน

  เริ่มต้นสำหรับการปลูกเฟิน
  ปัจจัยสำคัญการปลูกต้นเฟิน
  ประเภทต่างๆของเฟิน
  การดูแลรักษา
  สมุนไพรกับเฟิน
 
อาหารกับเฟิน