ห่อข้าวย่าบา หรือห่อข้าวสีดา Platycerium wallichii ในบ้านเรา เฟินชายผ้าสีดา Platycerium บ้านเราเรียกเฟินนี้ ตามลักษณะของใบชายผ้า fertile fronds ที่มีลักษณะเป็นริ้วห้อยสยาย ดูเหมือนเป็นชายผ้าของหญิงสาว ที่เป็นตัวละครเอกในวรรณคดีเรื่องรามเกียรติ์ ก็คือ นางสีดา นั่นเอง มีต้นไม้ในป่าหลายชนิดที่บ้านเราตั้งชื่อตามตัวละครนางสีดา อาทิเช่น กระเช้าสีดา กระดุมสีดา ชายผ้าสีดา ห่อข้าวสีดา เป็นต้น เป็นสมบัติของนางสีดา ที่ทำหล่นในตอนที่ทศกัณฑ์มาอุ้มลักพาตัวนางสีดาและเหาะพาไปกรุงลงกา ที่เป็นเหตุให้เกิดการสู้รบกันระหว่าง พระราม ซึ่งมีสมุนเอก คืออ หนุมาน รบกับยักษ์ทศกัณฑ์ เจ้ากรุงลงกา จนหนุมานจัดการเผากรุงลงกาวอดวายไป นั่นเป็นเรื่องราวส่วนหนึ่งในวรรณคดี แต่สำหรับเฟินชายผ้าสีดาของคนไต ที่อาศัยอยู่บริเวณตอนใต้ของประเทศจีน ซึ่งถือเป็นชนกลุ่มเดียวกับคนไทย-ลาว ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยและประเทศลาวในปัจจุบันนี้ เขาก็มีเรื่องเล่าที่เป็นนินทานพื้นบ้านของเขาเอง เพื่อเปรีนยเปรยต้นเฟินชายฟ้าสีดาของเขาไว้เช่นเดียวกันในบ้านเรา นิทานี้เก็บมาจากเวบของประเทศจีน ฉบับภาษาอังกฤกษ เป็นเรื่องเล่าประกอบเนื้อหาเฟินชายผ้าสีดา มี 2 เรื่อง
เฟินเขากวาง : ในเสฉวนมีทะเลสาบใหญ่ชื่อ "มันไห" เป็นภาษาไต ซึ่งมีความหมายว่า หมู่บ้าน มีเรื่องเล่าเป็นนิทานชาวบ้านอีกเรื่องหนึ่งที่เกี่ยวกับเฟินชายผ้าสีดาว่า ในอดีตนานมาแล้ว พื้นนี้เคยเป็นหมู่บ้านมีชื่อว่า "มันไห" นี้ มีหญิงม่ายใจดีคนหนึ่งมีลูกสาว 2 คน อยู่ด้วยกันอย่างยากลำบาก ด้วยความยากจน วันหนึ่งในเวลาเช้ามืด มีกวางแดงตัวหนึ่งเข้ามาในหมู่บ้าน กวางแดงตัวนี้มีเขาสองข้างสวยงามมาก ไม่ว่ามันยืนหยุดนิ่งหรือย่างเยื้อง มันเป็นกวางที่สวยสง่างามมาก จนกระทั่งชาวบ้านในหมู่บ้านมาพบเจ้ากวางตัวนี้ จึงพากันติดตามเพื่อจะจับมัน แม่ม่ายผู้ใจดีคนนั้น จึงได้ขอร้องกับพวกชาวบ้านให้ไว้ชีวิตมัน ด้วยการพยายามบอกกับชาวบ้านว่า " เจ้ากวางตัวนี้เป็นกวางวิเศษ มันจะนำพาความสงบสุขมาให้กับพวกเรา ขอจงอย่าได้ทำร้ายมันเลย" แต่พวกชาวบ้านก็หาได้สนใจในคำพูดของหญิงม่ายคนนี้ ในที่สุดพวกชาวบ้านก็จับมันได้และฆ่ามัน จากนั้นก็แล่เนื้อมันออกมาแบ่งกันกินในตอนเย็นวันนั้น และไม่ได้แบ่งเนื้อกวางนั้นให้กับหญิงม่ายนั้นด้วย พวกชาวบ้านให้เหตุผลว่า "บ้านของเจ้าไม่มีผู้ชาย และไม่มีส่วนในการช่วยลาส ดังนั้นเจ้าจึงไม่มีส่วนแบ่งในเนื้อกวางตัวนี้" ซึ่งเป็นไปตามกฏของท้องถิ่นที่ว่า ผู้หญิงไม่มีหน้าที่ในการออกล่าสัตว์มาเป็นอาหารในคืนนั้นนั่นเอง เมื่อหญิงม่ายกำลังหลับอยู่กับลูกสาวคนเล็กในบ้าน ส่วนลูกสาวคนโตกำลังคุยอยู่กับชายหนุ่มที่มาจีบอยู่ที่หัวบันไดข้างล่าง (เป็นแบบฉบับของการจีบกัน ของหนุ่มที่ต้องการจะจีบสาวบ้านไหน จะต้องแวะมาเยี่ยมเยียนที่บ้านสาวในตอนกลางคืน โดยมารยาท พ่อแม่หรือผู้ปกครองจะอยู่บนบ้านและจะอยู่ห่างๆ ไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วย ซึ่งในชนบทบางแห่งในบ้านเราก็ยังอาจมีหลงเหลืออยู่บ้าง ในอดีตไม่เกิน 10 ปีที่ผ่านมาก็ยังเคยได้ยินได้ฟังเรื่องราวแบบนี้มีอยู่ในชนบท) ทันใดนั้นเอง หญิงม่ายคนนั้นก็ต้องสะดุ้งตื่นขึ้นมา เพราะได้ยินเสียงน้ำป่าไหลหลากมา เธอจึงลุกขึ้นไปเปิดหน้าต่างออกดูและก็เห็นว่า ทั้งหมู่บ้านถูกน้ำป่าท่วมจมทั้งหมู่บ้าน ยกเว้นแต่บ้านของเธอเพียงหลังเดียวเท่านั้น และในขณะที่เธอเปิดหน้าต่างออกมาตอนนั้น เจ้าหนุ่มที่มาจีบลูกเธอก็ตกใจและต้องการจะพาตัวลูกสาวคนโตของเธอไปด้วย แต่สาวเจ้าไม่เต็มใจที่จะไปด้วย จึงบอกกับเจ้าหนุ่มน้อยนั้นไปว่า "ไปเถิด ฉันต้องการจะอยู่กับแม่และน้องสาว เราจะอยู่ด้วยกันจนวันตาย ฉันไม่ขอไปด้วยกับเธอ" เจ้าหนุ่มคนนั้นจึงต้องไปเองโดยที่สาวเจ้าไม่ยอมไปด้วย แต่ก็ไปได้ด้วยความยากลำบาก เพราะทุกย่างก้าวที่เดินไปนั้น เต็มไปด้วยโคลนที่ลึกมากที่มากับน้ำป่าที่ไหลบ่ามาท่วมหมู่บ้าน ลูกสาวคนโตของหญิงม่ายจึงได้ตะโกนบอกชายหนุ่มว่า "ขอกำไลข้อมือของฉันคืนด้วยเถอะนะ" ชายหนุ่มจึงได้ถอดกำไลข้อมือที่ให้ไว้ที่ระลึกและโยนส่งคืนให้ ในทันใดนั้น ชายหนุ่มคนนั้นก็สามารถเดินไปได้อย่างสบายไม่ติดจมอยู่ในโคลนและจากหมู่บ้านนั้นไปโดยพลัน ในเวลานั้นเอง หญิงม่ายกับลูกสาวคนเล็กก็ลงมาที่บันไดแลพพร้อมกับลูกสาวคนโต ก็ได้รีบออกจากหมู่บ้านนั้นไปอย่างเร่งรีบ เพื่อจะหนีน้ำป่าที่ไหลบ่าเข้ามา สิ่งที่มหัศจรรย์ยิ่งก็คือ ตลอดทางที่ทั้งสามไปนั้น น้ำจะแหวกเป็นทางให้พวกเขาเดินไปได้โดยสะดวก ในขณะที่ทั้งหมู่บ้านกลับจมอยู่ใต้น้ำ หลังจากที่ทั้งสามพ้นหมู่บ้านไปแล้ว ทั้งหมู่บ้านก็หายลับไปกับตา กลายเป็นทะเลสาบที่เงียบสงบไปในทันใด และต้นไม้ที่อยู่รอบๆ ทะเลสาบก็เกิดมีต้นเฟินเขากวาง หรือเฟินชายผ้าสีดา ที่มีเขาเหมือนกับเขาของกวางแดงตัวนั้น เกิดขึ้นบนต้นไม้มากมาย ส่วนหญิงม่ายกับลูกสาวทั้ง 2 คน รอดชีวิตปลอดภัยไปได้ พวกเขาไม่ได้กินเนื้อกวางแดงวิเศษตัวนั้นร่วมกับชาวบ้านคนอื่น
เรื่องเล่านี้อาจจะเป็นจริงก็ได้ เพราะจวบจนกระทั่งปัจจุบัน คนหาปลาในทะเลสาบ"มันไห" พบว่า ตาข่ายแหหรืออวนของพวกเขา มักจะพันติดกับไม้ หรือแพไม้ที่อยู่ก้นทะเลสาบ (สงสัยจะเป็นหลังคาบ้านที่จมอยู่ใต้ทะเลสาบ) ทำให้แหอวนขาดอยู่บ่อยๆ !!!!
เริ่มต้นเรื่องเลี้ยงเฟิน
เริ่มต้นสำหรับการปลูกเฟิน ปัจจัยสำคัญการปลูกต้นเฟิน ประเภทต่างๆของเฟิน การดูแลรักษา สมุนไพรกับเฟิน อาหารกับเฟิน