ธรรมชาติของเฟิน
   Introduction to ferns
  วงจรชีวิตของ fern
   Fern Life Cycle
  ชนิดของเฟิน
  Taxonomy of ferns
  วิวัฒนาการของเฟิน
   Fern Revolution
  อาการผิดปกติของเฟิน
   Growing to ferns
   
นิทานพื้นบ้านของชาวไต เกี่ยวกับเฟินชายผ้าสีดา
 

ห่อข้าวย่าบา หรือห่อข้าวสีดา Platycerium wallichii
      ในบ้านเรา เฟินชายผ้าสีดา Platycerium บ้านเราเรียกเฟินนี้ ตามลักษณะของใบชายผ้า fertile fronds ที่มีลักษณะเป็นริ้วห้อยสยาย ดูเหมือนเป็นชายผ้าของหญิงสาว ที่เป็นตัวละครเอกในวรรณคดีเรื่องรามเกียรติ์ ก็คือ นางสีดา นั่นเอง มีต้นไม้ในป่าหลายชนิดที่บ้านเราตั้งชื่อตามตัวละครนางสีดา อาทิเช่น กระเช้าสีดา กระดุมสีดา ชายผ้าสีดา ห่อข้าวสีดา เป็นต้น เป็นสมบัติของนางสีดา ที่ทำหล่นในตอนที่ทศกัณฑ์มาอุ้มลักพาตัวนางสีดาและเหาะพาไปกรุงลงกา ที่เป็นเหตุให้เกิดการสู้รบกันระหว่าง พระราม ซึ่งมีสมุนเอก คืออ หนุมาน รบกับยักษ์ทศกัณฑ์ เจ้ากรุงลงกา จนหนุมานจัดการเผากรุงลงกาวอดวายไป นั่นเป็นเรื่องราวส่วนหนึ่งในวรรณคดี
แต่สำหรับเฟินชายผ้าสีดาของคนไต ที่อาศัยอยู่บริเวณตอนใต้ของประเทศจีน ซึ่งถือเป็นชนกลุ่มเดียวกับคนไทย-ลาว ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยและประเทศลาวในปัจจุบันนี้ เขาก็มีเรื่องเล่าที่เป็นนินทานพื้นบ้านของเขาเอง เพื่อเปรีนยเปรยต้นเฟินชายฟ้าสีดาของเขาไว้เช่นเดียวกันในบ้านเรา นิทานี้เก็บมาจากเวบของประเทศจีน ฉบับภาษาอังกฤกษ เป็นเรื่องเล่าประกอบเนื้อหาเฟินชายผ้าสีดา มี 2 เรื่อง


เฟินชายผ้าสาวน้อย :

     ในประเทศจีน สามารถพบเฟินชายผ้าสีดาชนิด P. wallichii นี้ได้ในป่าทางตอนใต้ มณฑลยูนนาน ที่นั่นเรียกเฟินชนิดนี้ว่า ชายผ้าสาวน้อย และมีเรื่องเล่าเป็นนิทานพื้นบ้านอันเป็นที่มาของเฟินชายผ้าสาวน้อยนี้ว่า สาวน้อยคนหนึ่ง ถูกพ่อแม่กีดกันความรักของเธอที่มีต่อหนุ่มคนรัก ทั้งสองจึงพากันหนีเข้าไปในป่าลึก
เพื่อหวังจะได้อยู่เคียงคู่ด้วยกัน ทั้งสองคนเข้าไปอยู่ในป่า โดยอาศัยกินผลไม้ป่าและดื่มน้ำจากบ่อน้ำพุร้อน จนผ่านไปได้ราว 10 วัน ต่างก็รู้สึกเหนื่อยล้า ด้วยไม่เคยใช้ชีวิตยากลำเค็ญในป่าเช่นนี้มาก่อน จนรู้สีกท้อแท้ในชีวิต ต่อมาทั้งสองได้มาถึงลำธารแห่งหนึ่งในป่า สาวน้อยคนนั้นได้ถอดผ้าออกและแขวนเอาไว้บนต้นไม้ และทั้งสองคนพากันกอดจมน้ำตายที่ลำธารแห่งนั้น ผ้าที่สาวน้อยได้ถอดแขวนเอาไว้นั้นก็ได้กลายเป็นต้น เฟินชายผ้าสาวน้อย เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งความรักของทั้งสองคน
เรื่องเล่านี้ คนที่นั่นมักจะใช้เป็นอุทาหรณ์สอนใจแก่พ่อแม่ที่กีดกันความรักของหนุ่มสาว และเมื่อใดที่หนุ่มหรือสาวคู่ใดถูกกีดขวางการแต่งงานของพวกเขาละก้อ พวกเขามักจะบอกให้พ่อแม่ไปมองหาเฟินชายผ้าสาวน้อยในป่าเอาเองก็แล้วกัน!!!!!
และอีกเรื่องหนึ่ง


เฟินเขากวาง :
ในเสฉวนมีทะเลสาบใหญ่ชื่อ "มันไห" เป็นภาษาไต ซึ่งมีความหมายว่า หมู่บ้าน มีเรื่องเล่าเป็นนิทานชาวบ้านอีกเรื่องหนึ่งที่เกี่ยวกับเฟินชายผ้าสีดาว่า ในอดีตนานมาแล้ว พื้นนี้เคยเป็นหมู่บ้านมีชื่อว่า "มันไห" นี้ มีหญิงม่ายใจดีคนหนึ่งมีลูกสาว 2 คน อยู่ด้วยกันอย่างยากลำบาก ด้วยความยากจน วันหนึ่งในเวลาเช้ามืด มีกวางแดงตัวหนึ่งเข้ามาในหมู่บ้าน กวางแดงตัวนี้มีเขาสองข้างสวยงามมาก ไม่ว่ามันยืนหยุดนิ่งหรือย่างเยื้อง มันเป็นกวางที่สวยสง่างามมาก จนกระทั่งชาวบ้านในหมู่บ้านมาพบเจ้ากวางตัวนี้ จึงพากันติดตามเพื่อจะจับมัน แม่ม่ายผู้ใจดีคนนั้น จึงได้ขอร้องกับพวกชาวบ้านให้ไว้ชีวิตมัน ด้วยการพยายามบอกกับชาวบ้านว่า " เจ้ากวางตัวนี้เป็นกวางวิเศษ มันจะนำพาความสงบสุขมาให้กับพวกเรา ขอจงอย่าได้ทำร้ายมันเลย" แต่พวกชาวบ้านก็หาได้สนใจในคำพูดของหญิงม่ายคนนี้ ในที่สุดพวกชาวบ้านก็จับมันได้และฆ่ามัน จากนั้นก็แล่เนื้อมันออกมาแบ่งกันกินในตอนเย็นวันนั้น และไม่ได้แบ่งเนื้อกวางนั้นให้กับหญิงม่ายนั้นด้วย พวกชาวบ้านให้เหตุผลว่า "บ้านของเจ้าไม่มีผู้ชาย และไม่มีส่วนในการช่วยลาส ดังนั้นเจ้าจึงไม่มีส่วนแบ่งในเนื้อกวางตัวนี้" ซึ่งเป็นไปตามกฏของท้องถิ่นที่ว่า ผู้หญิงไม่มีหน้าที่ในการออกล่าสัตว์มาเป็นอาหาร
ในคืนนั้นนั่นเอง เมื่อหญิงม่ายกำลังหลับอยู่กับลูกสาวคนเล็กในบ้าน ส่วนลูกสาวคนโตกำลังคุยอยู่กับชายหนุ่มที่มาจีบอยู่ที่หัวบันไดข้างล่าง (เป็นแบบฉบับของการจีบกัน ของหนุ่มที่ต้องการจะจีบสาวบ้านไหน จะต้องแวะมาเยี่ยมเยียนที่บ้านสาวในตอนกลางคืน โดยมารยาท พ่อแม่หรือผู้ปกครองจะอยู่บนบ้านและจะอยู่ห่างๆ ไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วย ซึ่งในชนบทบางแห่งในบ้านเราก็ยังอาจมีหลงเหลืออยู่บ้าง ในอดีตไม่เกิน 10 ปีที่ผ่านมาก็ยังเคยได้ยินได้ฟังเรื่องราวแบบนี้มีอยู่ในชนบท) ทันใดนั้นเอง หญิงม่ายคนนั้นก็ต้องสะดุ้งตื่นขึ้นมา เพราะได้ยินเสียงน้ำป่าไหลหลากมา เธอจึงลุกขึ้นไปเปิดหน้าต่างออกดูและก็เห็นว่า ทั้งหมู่บ้านถูกน้ำป่าท่วมจมทั้งหมู่บ้าน ยกเว้นแต่บ้านของเธอเพียงหลังเดียวเท่านั้น และในขณะที่เธอเปิดหน้าต่างออกมาตอนนั้น เจ้าหนุ่มที่มาจีบลูกเธอก็ตกใจและต้องการจะพาตัวลูกสาวคนโตของเธอไปด้วย แต่สาวเจ้าไม่เต็มใจที่จะไปด้วย จึงบอกกับเจ้าหนุ่มน้อยนั้นไปว่า "ไปเถิด ฉันต้องการจะอยู่กับแม่และน้องสาว เราจะอยู่ด้วยกันจนวันตาย ฉันไม่ขอไปด้วยกับเธอ" เจ้าหนุ่มคนนั้นจึงต้องไปเองโดยที่สาวเจ้าไม่ยอมไปด้วย แต่ก็ไปได้ด้วยความยากลำบาก เพราะทุกย่างก้าวที่เดินไปนั้น เต็มไปด้วยโคลนที่ลึกมากที่มากับน้ำป่าที่ไหลบ่ามาท่วมหมู่บ้าน ลูกสาวคนโตของหญิงม่ายจึงได้ตะโกนบอกชายหนุ่มว่า "ขอกำไลข้อมือของฉันคืนด้วยเถอะนะ" ชายหนุ่มจึงได้ถอดกำไลข้อมือที่ให้ไว้ที่ระลึกและโยนส่งคืนให้ ในทันใดนั้น ชายหนุ่มคนนั้นก็สามารถเดินไปได้อย่างสบายไม่ติดจมอยู่ในโคลนและจากหมู่บ้านนั้นไปโดยพลัน ในเวลานั้นเอง หญิงม่ายกับลูกสาวคนเล็กก็ลงมาที่บันไดแลพพร้อมกับลูกสาวคนโต ก็ได้รีบออกจากหมู่บ้านนั้นไปอย่างเร่งรีบ เพื่อจะหนีน้ำป่าที่ไหลบ่าเข้ามา สิ่งที่มหัศจรรย์ยิ่งก็คือ ตลอดทางที่ทั้งสามไปนั้น น้ำจะแหวกเป็นทางให้พวกเขาเดินไปได้โดยสะดวก ในขณะที่ทั้งหมู่บ้านกลับจมอยู่ใต้น้ำ หลังจากที่ทั้งสามพ้นหมู่บ้านไปแล้ว ทั้งหมู่บ้านก็หายลับไปกับตา กลายเป็นทะเลสาบที่เงียบสงบไปในทันใด และต้นไม้ที่อยู่รอบๆ ทะเลสาบก็เกิดมีต้นเฟินเขากวาง หรือเฟินชายผ้าสีดา ที่มีเขาเหมือนกับเขาของกวางแดงตัวนั้น เกิดขึ้นบนต้นไม้มากมาย ส่วนหญิงม่ายกับลูกสาวทั้ง 2 คน รอดชีวิตปลอดภัยไปได้ พวกเขาไม่ได้กินเนื้อกวางแดงวิเศษตัวนั้นร่วมกับชาวบ้านคนอื่น

เรื่องเล่านี้อาจจะเป็นจริงก็ได้ เพราะจวบจนกระทั่งปัจจุบัน คนหาปลาในทะเลสาบ"มันไห" พบว่า ตาข่ายแหหรืออวนของพวกเขา มักจะพันติดกับไม้ หรือแพไม้ที่อยู่ก้นทะเลสาบ (สงสัยจะเป็นหลังคาบ้านที่จมอยู่ใต้ทะเลสาบ) ทำให้แหอวนขาดอยู่บ่อยๆ !!!!



สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.fernsiam.com
•หน้าหลัก     •แบบทดสอบ     •แผนผังเว็บไซต์     •แกลอรี่     •ผู้จัดทำ     
โรงเรียนแม่สะเรียง"บริพัตรศึกษา" อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแม่ฮ่องสอนเขต 2

เริ่มต้นเรื่องเลี้ยงเฟิน

  เริ่มต้นสำหรับการปลูกเฟิน
  ปัจจัยสำคัญการปลูกต้นเฟิน
  ประเภทต่างๆของเฟิน
  การดูแลรักษา
  สมุนไพรกับเฟิน
 
อาหารกับเฟิน